Email Marketing การตลาดด้วย email เป็นเครื่องมือการตลาดที่สามารถสร้างฐาน
ลูกค้าใหม่และรักษาฐาน ลูกค้าเก่ามัดใจลูกค้าเพื่อกำไรที่ยั่งยืนให้กับองค์กรของคุณ ซึ่ง
ค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก เมื่อเทียบกับการตลาด direct mail หลายท่านตั้งคำถามในใจว่าแล้ว
มันต่างกับโปรแกรม email ธรรมดาอย่างไร ต่างกันมากในเรื่อง ประสิทธิภาพ เช่น email
marketing สามารถส่ง email ได้จำนวนมากต่อการส่งหนึ่งครั้ง รูปแบบสวยงามกว่ามาก
หากตกแต่งด้วย Template เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรของคุณ สร้างความประทับใจ
ให้กับลูกค้า เป็นต้น
ข้อดีของ E-mail marketing
ข้อดีหลักๆของ Email Marketing นั้นคือ Email Marketing สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าและสร้างลูกค้ารายใหม่ การหมั่นส่งข่าวสารไปให้ลูกค้าเก่า ทำให้ลูกค้าเก่ารู้สึกว่าเรายังคงเอาใจใส่ลูกค้าเก่าอยู่เสมอ และเกิดความจงรักภักดีต่อเรา นอกจากนั้นหากลูกค้าเก่าได้รับข่าวสาร โปรโมชั่น หรือข่าวสารสินค้าตัวใหม่สร้าง ความสนใจแก่ลูกค้าเก่า และ ลูกค้าเก่าก็จะบอกต่อไปยังเพื่อนฝูงก็คือลูกค้าใหม่ สร้างยอดขายได้มากขึ้นอีกด้วย
คุณสมบัติของ E-mail marketing
มาใช้ e-Mail Marketing กันเถอะ
ในยุคที่การแข่งขันสูง การสื่อสารทางการตลาดย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และกลยุทธ์การสื่อสารที่มาแรงในยุคเศรษฐกิจตกต่ำนี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินกลยุทธ์ อีเมล์ หรือ e-Mail Marketing Campaign เพราะนอกจากจะถูกสตางค์แล้วยังได้ผลและคุ้มค่าเอามากๆ ด้วย
ความจริง e-Mail Marketing ก็คือ กลยุทธ์ไดเร็กต์เมล์ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง โดยมีจุดที่เหมือนกันดังนี้
1. สามารถส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ถ้าหากกระบวนการในการเลือกและจัดหาเมลลิ่งลิสต์ถูกต้อง ก็จะเป็นสื่อที่เข้าถึงได้ตรงเป้าหมาย
2. สามารถทำรูปแบบให้แลดูสวยงามสะดุดตา เหมือนดั่งเช่นไดเร็กต์เมล์ที่สามารถออกแบบให้หวือหวาเตะตาเตะใจผู้รับอีเมล์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ตัวอักษรเฉยๆ แต่สามารถสร้างด้วยภาษา html ให้มีภาพแสงสีที่สวยงาม และยังสามารถมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เหนือกว่าไดเร็กต์เมล์ธรรมดา
3. ผู้รับสามารถโยนทิ้งได้ทันทีที่ได้รับ เพราะทั้งไดเร็กต์เมล์และอีเมล์ต่างก็มีสิ่งที่เรียกว่า Junk Mail หรือบรรดาเมล์ขยะด้วยกันทั้งสิ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะรำคาญและรู้สึกเสียเวลาที่จะเปิดอ่าน แต่ที่อีเมล์ได้เปรียบกว่าไดเร็กต์เมล์อยู่หลายขุมก็คือ อีเมล์อาจทำหน้าที่แทนเซลส์ สามารถสร้างยอดขายและรายได้ให้ทันที
ในประเทศไทยเรา ตลาดที่สามารถใช้ e-Mail Marketing ได้ดีก็คือ ตลาด B2B กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มนักวิชาการนักการศึกษา
แนวโน้มการใช้กลยุทธ์อีเมล์แทนไดเร็กต์เมล์นั้นเห็นได้ชัดอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาในปีนี้ จากการสำรวจวิจัยของค่าย Garnet แสดงให้เห็นว่า รายได้จากการโฆษณาด้วยอีเมล์นั้นเพิ่มขึ้นมาเป็น 1.26 พันล้านเหรียญในปีนี้ เปรียบเทียบกับปกลาย ซึ่งอยู่ที่เพียง 948 ล้านเหรียญ และในปี 2005 คาดว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 1.5 พันล้านเหรียญ
ที่จริงแล้ว อัตราการใช้ไดเร็กต์เมล์ในสหรัฐนั้น ได้ถึงจุดที่นิยมสูงสุดมาแล้ว คือเมื่อปีกลายนี้ ในจดหมาย 100 ฉบับที่ชาวอเมริกันได้รับ จะเป็นจดหมายไดเร็กต์เมล์เสีย 65 ฉบับ ซึ่งนับว่าสูงมาก พอมาในปี 2002 นี้อัตราลดลงเหลือ 50 ฉบับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นผลมาจากการที่ธุรกิจต่างๆ หันมาใช้กลยุทธ์อีเมล์กันมากขึ้นนั่นเอง
เมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยกับการรับส่งอีเมล์กันมากขึ้น คืออีเมล์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเหมือนการรับส่งจดหมาย ผู้บริโภคก็จะยอมรับการโฆษณาทางอีเมล์มากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะเครื่องมือทางการตลาด อีเมล์ถือว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าไดเร็กต์เมล์ และสามารถวัดผลได้ง่ายกว่าด้วย